The Iconic No.5

ความคิดสร้างสรรค์ของมาดมัวแซลชาแนล (Chanel) นั้นเรียกได้ว่าทันสมัยและอยู่ยั้งยืนยง ไม่ว่าชาแนลจะหยิบยกสิ่งใดๆ มานำเสนอ เธอสามารถนำเสนอได้อย่างเก๋ไก๋มีสไตล์ เช่นน้ำหอมขวดแรกที่ได้บังเกิดในปีค.ศ. 1921 เมื่อแกรนด์ ดยุค ดิมิทรี ปาฟโลวิช (Dmitri Pavlovich) ชายคนรักของชาแนลได้แนะนำให้เธอรู้จักกับแอร์เนสต์ โบซ์ (Emest Beaux) ผู้ปรุงน้ำหอมให้แก่จักรพรรดินีอเล็กซานดราแห่งรัสเซีย โบซ์จึงได้มีโอกาสรังสรรค์และปรุงน้ำหอมตัวอย่างหลายกลิ่นให้ชาแนลเลือก ด้วยจิตวิญญาณแห่งความทันสมัยล้ำหน้า ชาแนลได้เลือกกลิ่นตัวอย่างขวดที่ห้าซึ่งได้กลายมาเป็นชื่อ แต่สำหรับชาแนลแล้ว เลขที่ห้ายังมีความหมายมากกว่านั้นเพราะเธอเริ่มนำเสนอผลงานทางด้านเสื้อผ้าวันที่ห้าเดือนห้า (5 พฤษภาคม)  เลขห้าจึงเป็นตัวเลขนำโชคสำหรับเธอ  อย่างไรก็ตามความสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลข  แต่เป็นกลิ่นหอมที่แสดงความเป็นผู้หญิงโดยแท้  ซึ่งเป็นกลิ่นที่ชาแนลถึงกับเอ่ยปากว่าได้รอคอยมาอย่างเนิ่นนานและสร้างความพึงพอใจให้แก่เธอเป็นอย่างยิ่ง

อ่านข้อมูลเพิ่ม: The Iconic No.5

 

Amazona Blow Up

Blow Up นับเป็นโปรเจ็คเฉพาะกิจที่ได้รวมเอาสุดยอดผู้สร้างสรรค์จากสาขาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับชื่อดังอย่าง James Lima ที่มีความชำนาญในด้านสเปเชียลเอฟเฟ็คต์ สไตลิสท์มือโปรอย่าง Katie Grand รวมถึงนางแบบชั้นนำ Ana Beatriz Barros โดยได้รับแรงบันดาลใจสืบเนื่องมาจากโปรเจ็คภาพถ่าย Amazona's 35th Anniversary ของ Nigel Shafran เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งไฮไลท์สำคัญของภาพยนตร์โฆษณาชิ้นนี้อยู่ที่การถ่ายทอดให้ผู้ชมได้รับรู้และเข้าถึงโฆษณาของแฟชั่นสินค้าระดับสูง โดยเฉพาะจุดไคลแมกซ์อันน่าตื่นตะลึงนั่นคือ การระเบิดกระเป๋า Amazona เป็นชิ้นๆ ซึ่งในการถ่ายทำเป็นการระเบิดที่เกิดขึ้นจริงและต้องมีการระเบิดกระเป๋า Amazona จำนวนถึง 10 ใบ เพื่อเน้นให้ผู้ชมได้เห็นถึงชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของกระเป๋า Amazona ไม่ว่าจะเป็นตัวแม่กุญแจ ที่แขวนลูกกุญแจ หนังชิ้นที่ใช้เย็บมุมกระเป๋า โลโก้อนาแกรม และมือจับกระเป๋า

อ่านข้อมูลเพิ่ม: Amazona Blow Up

In Full Bloom

ลายดอกของฤดูกาลใหม่มีมาทั้งลายพิมพ์แบบเพนท์ติ้งรูปดอกไม้ใหญ่โต ประดับขนนกอย่างของ Chanel หรือ Akis ในโทนสีชมพู ส้ม ม่วง ตัดกันอยู่บนพื้นสีดำอย่างสวยสด ลายดอกไม้ตะวันออกสีสดร้อนแรงมีให้เห็นทั้งบนรันเวย์ของ Dries Van Noten และ Louis Vuitton ส่วนของ Kenzo นั้นละลานตาไปด้วยงานปักทับซ้อน เลื่อม ลูกปัด บนชุดยาวผ้าพิมพ์ลายดอกอย่างสวยวิจิตร ทางห้องเสื้อ D&G มาพร้อมกับลายดอกเล็กๆ บนชุดจีบระบายฟูฟ่อง กระโปรงสั้นสวมกับเชิ้ตลายดอก หรือจะเป็นชุดกระโปรงยาวแนวสาวฮิปปี้ก็สวยไม่แพ้กันกับชุดคาฟทานแนวสาวบุปผาชนของ Paul & Joe ส่วนของ Stella McCartney นั้นมาพร้อมกับแจ็กเก็ตตัวสั้นเท่ๆ สวมกับกระโปรงสั้นทรงเอพิมพ์ลายดอกทิวลิปเก๋ไก๋

 

HERMES ในนิทรรศการ Leather Forever

hermes leather forever 01The Noblest Conquest การเดินทางสู่โลกแห่ง Hermes ผ่านกาลเวลา  ผิวสัมผัสของวัสดุหนังชั้นดี  ฝีมือการออกแบบและการตัดเย็บอันประณีตจนเกิดเป็นเหล่ากระเป๋าใบงามในนิทรรศการ "Leather Forever"
คนรักกระเป๋าแอร์เมสต้องทึ่่งกับกระเป๋าใบงามหลากรูปแบบสีสันที่จัดเรียงรายในห้องนิทรรศการที่กรุงเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนที่ผ่านมา  ปิแอร์-อเล็กซิส ดูมาส์ (Pierre-Alexis Dumas) ทายาทรุ่นที่หกของครอบครัวเจ้าของแอร์เมส  ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ (General Artistic Director) ของบริษัทแอร์เมส  มีความตั้งใจให้การจัดนิทรรศการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงงานฝีมืออันประณีต (ทราบหรือไม่ว่าที่แอร์เมสจะใช้ช่างเย็บกระเป๋าหนึ่งคนต่อกระเป๋าหนึ่งใบ!) รวมทั้งผลงานการสร้างสรรค์กระเป๋าแอร์เมสที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1837 เขามอบหมายให้โอลิวิเยร์ ซายยารด์ (Olivier Saillard) ภัณฑารักษ์เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำงานนิทรรศการ  โอลิวิเยร์เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านแฟชั่น  อีกทั้งยังเป็นกวีผู้ชอบแต่งบทกลอน  เขาเป็นผู้ริเริ่มแนวการจัดนิทรรศการและการแสดงแฟชั่นกระเป๋าแบบใหม่ๆ ในศูนย์ศิลปะและงานเทศกาลต่างๆ ทั้งยังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์แฟชั่นกัลลีราแห่งกรุงปารี (Paris Municipal Museum of Fashion - The Musée Galliera) เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา  ก่อนหน้านี้เขารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้จัดโปรแกรมนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะตกแต่งในปารีส (The Musée des Arts Decoratifs) โดยจัดแสดงงานของดีไซเนอร์ชั้นนำและศิลปินระดับโลกอาทิ  วิกเตอร์แอนด์รอล์ฟ  โยจิ  ยามาโมโตะ  ณอง  ปอล  โกลติเยร์  ไปจนถึงคริสเตียน  ลาครัวซ์และผลงานเสื้อผ้าที่ใช้ในละคร  งานพิมพ์ของมอนเดรียนและแอนดี้  วอร์ฮอล  ทั้งยังมผลงานออกแบบห้องพักโรงแรมและเครื่องเขียนเป็นต้น

อ่านข้อมูลเพิ่ม: HERMES ในนิทรรศการ Leather Forever

นาฬิกาข้อมือของผู้หญิงและผู้ชาย

นาฬิกาข้อมือที่เรานิยมใส่กันก็จะมีหลายแบบและหลายราคาที่แตกต่างกันออกไปตามรุ่นและยี่ห้อของนาฬิกาแต่ละชิ้น นาฬิกาข้อมือก็จะมีทั้งแบบของผู้ชายและแบบของผู้หญิงตามลักษณะ ตามแบบที่แต่ละคนนั้นต้องการ แต่ไม่ว่าการสวมใส่นาฬิกาข้อมือแบบใดและสีใด ต่างก็มีจุดประสงค์ที่เหมือนกันก็คือนาฬิกาใส่ไว้เพื่อต้องการให้มันบอกเวลาในแต่ละวันของคนเรา นั่นคือจุดประสงค์กลักและวัตถุประสงค์รองก็คือต้องการให้เป็นเครื่องประดับที่สวยงามอีกชิ้นหนึ่งของร่างกาย

 

หน้า 1 จาก 2

«เริ่มแรกย้อนกลับ12ถัดไปสุดท้าย»