Louis Vuitton หนึ่งในไอคอนของฝรั่งเศส
Louis Vuitton Gucci หลังจากการปฎิวัติอุตสาหกรรมและการคมนาคม วิถีชีวิตของมนุษย์ก็เปลี่ยนไป ชาวฝรั่งเศสเดินทางไปไหนได้สะดวกขึ้นด้วยการใช้บริการรถไฟซึ่งสร้างขึ้นครั้งแรกในปีค.ศ. 1837 และทำให้หีบเดินทางสุดหรูนามว่าหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เข้ามาแทนที่กล่องบรรจุเสื้อผ้าที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หีบเดินทางนี้จึงถือเป็นหนึ่งในผลงานดีไซน์ระดับไอคอนที่เป็นไฮไลต์ของนิทรรศการ Icons of French Design ซึ่งรวบรวมงานดีไซน์ชื่อดังจากฝรั่งเศสในช่วงศตวรรษที่ 20 มาให้ได้ชมกัน (แม้บางชิ้นจะไม่ได้ออกแบบโดยชาวฝรั่งเศส)
แน่นอนว่าทั้งผู้สร้างสินค้ารวมทั้งผู้ชอบวิเคราะห์ความเป็นไปในสังคมคงอยากจะได้คำตอบเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้สินค้าหนึ่งๆ เป็นไอคอน? ในกรณีของหลุยส์ วิตตอง คงเป็นการใช้วิสัยทัศน์ที่เฉียบแหลมมองผ่านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและนำมาสร้างหีบเดินทางซึ่งมีที่แขวนและลิ้นชักต่างๆ และยังสามารถตอบสนองความต้องการของชนชั้นสูงที่เลิกสวมชุดสุ่มฟูฟ่องได้ เช่นเดียวกับรถยนต์ DS-19 จากซีตรอง (Citroen) รูปทรงโค้งสีสันสดใสและนวัตกรรมแอโรไดนามิกและระบบไฮดรอลิก ถือเป็นการปฏิวัติยนตรกรรมจนโรลองค์ บาทส์ผู้แต่งเรื่อง Mythologie ยกให้เป็น "ผลงานที่เทียบเท่ากับโบสถ์โกธิค" และทำให้มียอดสั่งจอง 80,000 คัน และกลายเป็นรถประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีชาร์ลส์ เดอ โกล (1890-1970)
"งานดีไซน์ของฝรั่งเศสมีลักษณะเป็นงานอุตสาหกรรมและใช้ในการตกแต่ง" เซดริก มอริสเซต์ (Cedric Morisset) ภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการอธิบาย เขายกตัวอย่างเก้าอี้ต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงรูปโฉมไปรวมถึงการใช้วัสดุที่ทันสมัยมากขึ้น เป็นต้นว่าเก้าอี้รูปทรงริบบิ้นของปิแอร์ ปอลแล็ง (Pierre Paulin) ที่เขาบอกว่า "เป็นการออกแบบท่านั่งให้คนฝรั่งเศสใหม่" หรือแม้แต่เก้าอี้สแตนดาร์ดเรียบง่ายที่ณอง พรูเว่ (Jean Prouve) ออกแบบให้แข็งแกร่งทนทานสำหรับใช้ในโรงเรียน จนเมื่อถูกผลิตขึ้นใหม่ก็ได้กลายเป็นของมีราคาและเป็นที่นิยมเทียบเท่าผลงานของชาร์ลส์ อีมส์
เกรดกระเป๋าแบรนด์
กระเป๋าแบรนด์ที่ได้ยินมาก็มีเกรด A, AAA, Premier, Mirror, Top Mirror, 7 Stars เยอะแยะมากมายน่าเวียนหัวสร้างความสับสนให้ทั้งคนซื้อและคนขายทั้งมือใหม่และมือเก่า จะสังเกตได้ว่าไม่มีร้านขายกระเป๋าร้านไหนที่บอกว่าสินค้าของตัวเองเป็นเกรดรองเช่น B C D ทุกร้านจะบอกเป็นอย่างน้อยเกรด A ขึ้นไปทั้งนั้น ไม่งั้นเดี๋ยวจะขายไม่ออก ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเกรดรองๆ ลงไปมันก็มีเหมือนกัน แถมทุกวันนี้ก็เริ่มไม่ค่อยบอกว่าสินค้าเป็นเกรด A เฉยๆ แล้ว จึงทำให้มี AA , AAA , AAA+++ หรือชื่อเกรดอื่นๆ ตามแต่คนขายนั้นๆ จะคิดออก(คิดเอาเอง) ทำให้เริ่มมีเกรดชื่อแปลกๆ เพิ่มมาเรื่อยๆ จนทำให้บางทีลูกค้าไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมเกรด A หลายๆ ตัวแล้วกลับพบว่าคุณภาพสินค้าแย่กว่าเกรด A ตัวเดียวซะอีก ซึ่งทำให้การเลือกซื้อกระเป๋าทั้งแบรนด์และไม่แบรนด์(แฟชั่น) ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญพอสมควรทีเดียว ในการพิจารณาข้อมูลต่างๆ ทั้งตัวกระเป๋าที่สนใจจะซื้อและทั้งตัวร้านค้าที่เราเลือกจะจ่ายเงินซื้อสินค้าด้วย นี่ยังไม่นับเรื่องที่สินค้าหรือกระเป๋าที่ซื้ออาจไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน หรือไม่เป็นไปตามที่โฆษณา หรือไม่เหมือนรูปที่แสดงไว้ในเว็บไซต์ ซึ่งมักเกิดขึ้นจากแม่ค้าหรือพ่อค้ามือใหม่หวังหารายได้ทางลัดด้วยการคัดลอกรูปภาพสินค้า จากร้านอื่นที่ขายสินค้าชิ้นนั้นๆ อยู่แล้วมาโมเมว่าเป็นสินค้าของตัวเอง แถมบางครั้งก็อาจเกิดจากกรณีต้องการจับเสือมือเปล่า นั่นคือไม่มีสต๊อกสินค้าเลยเอารูปกระเป๋ามาลงขาย พอขายได้แล้วจึงค่อยไปหากระเป๋ารุ่นแบบที่ลูกค้าสั่งซื้อมาส่งให้ แต่ทว่าหลายครั้งก็จะพบว่าหาสินค้ามาได้เหมือนบ้าง ไม่เหมือนบ้างหรือแบบเหมือนแต่คุณภาพไม่เหมือนแล้วแต่โอกาส ทำให้ลูกค้าจ่ายเงินไปแล้วไม่ได้ของตามที่ต้องการ ซึ่งแน่นอนว่าร้านค้าที่ทำแบบนี้มักจะอยู่ได้ไม่นานก็ต้องปิดตัว หรือเลิกขายไป จึงทำให้เกิดกฎข้อสำคัญในการเลือกร้านค้าที่จะซื้อกระเป๋าด้วยขึ้นมานั่นคือ ต้องเป็นร้านที่เปิดขายมานานแล้วเท่านั้น เพราะกาลเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์อะไรได้หลายๆ ถึงแม้จะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม แน่นอนว่าร้านค้าเก่าแก่ที่ขายมานานบางทีก็ไม่ได้เป็นร้านที่ขายกระเป๋าที่เราอยากได้ในราคาต่ำสุดเสมอไป แต่เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้ของอย่างที่เราต้องการแล้ว บางครั้งการยอมจ่ายแพงกว่าเล็กน้อยย่อมดีกว่าจ่ายถูกแต่ได้ของที่ไม่อยากได้กลับคืนมา หรือบางทีอาจเสียเงินฟรีๆ ไม่ได้อะไรกลับมาเลยเพราะเห็นแก่ความถูกนั่นเอง
วิธีดูว่าร้านไหนเปิดขายมานานแค่ไหนนั้น ถ้าเป็นคนที่มีความรู้เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์หรืออินเตอร์เน็ตก็เป็นเรื่องง่าย แต่สำหรับสาวนักช็อปทั่วไปแล้วอาจดูได้โดยวิธีอ้อมๆ นั่นคือ ถ้าเป็นร้านค้าที่เปิดโดยใช้บริการร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูปจาก Talad หรือ Weloveshopping จะมีช่องบอกข้อมูลเกี่ยวกับร้านค้านั้นๆ ไว้ด้วย ซึ่งส่วนมากจะอยู่บริเวณซ้ายมือด้านบน เช่น วันเปิดร้าน , วันอัพเดทล่าสุด , จำนวนสินค้าในร้าน เป็นต้น แบบนี้ดูง่ายเพราะชัดเจน แต่ถ้าร้านนั้นๆ ไม่ได้แสดงข้อมูลตรงนี้ไว้ก็ต้องไปดูที่เว็บบอร์ดแทน โดยปรกติที่เว็บบอร์ดจะแสดงข้อมูลล่าสุดในหน้าแรกที่เราเปิดเข้าไปดู ก็ให้เลือกเปิดไปหน้าสุดท้ายแทน ซึ่งแต่ละหัวข้อกระทู้จะมีวันที่กำกับไว้ด้วย เราก็ดูว่าหัวข้อกระทู้ในหน้าสุดท้ายวันเดือนปีอะไร วิธีนี้จะทำให้พอรู้คร่าวๆ ว่าร้านนั้นๆ เปิดขายสินค้าหรือกระเป๋ามานานแค่ไหนแล้ว ถึงวิธีดูวันที่จากหน้าสุดท้ายของเว็บบอร์ดจะไม่รู้วันที่เปิดร้านนั้นแน่นอน 100% แต่ก็ใช้เป็นแนวทางได้ดีเหมือนกัน ทั้งนี้เนื่องจากถ้าร้านนั้นๆ มีการเปลี่ยนผู้ให้บริการร้านค้าออนไลน์ เช่น ย้ายจาก Talad ไป iGetWeb ข้อมูลถามตอบซื้อขายเก่าๆ ในเว็บบอร์ดก็มักจะหายไปด้วย จะมาเริ่มมีข้อมูลเฉพาะหลังย้ายมาอยู่กับผู้ให้บริการรายใหม่แล้วเท่านั้น แต่ตรงจุดนี้คนซื้อมักไม่ต้องสนใจมากนักเอาเป็นว่า ข้อมูลกระทู้ในหน้าสุดท้ายของเว็บบอร์ดย้อนหลังไปมากกว่าสองสามปีเป็นอันใช้ได้ล่ะ จริงๆ แล้วร้านค้าจะเปิดมานานกว่านั้นอีกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ยิ่งดีเสียอีก ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้สังเกตได้ว่าหากร้านไหนไม่มีเว็บบอร์ดล่ะก็ ควรเลี่ยงการไปซื้อสินค้าด้วยเป็นดี
กระเป๋าแฟชั่นแบรนด์เนม
กระเป๋าหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในไทยถึงเป็นคนที่ไม่ได้เฉียดใกล้ สนใจในเรื่องแฟชั่นหรือแบรนด์เนม ก็ย่อมจะเคยได้ยินชื่อยี่ห้อนี้กันแทบทั้งนั้น ถึงแม้บางทีคนๆ นั้นอาจจะไม่รู้หรอกว่ายี่ห้อนี้เค้ามีสินค้าอะไรบ้าง คนนอกวงการแฟชั่นส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจว่าแบรนด์นี้มีขายแค่กระเป๋า แต่ที่จริงแล้วยังมีสินค้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแยกย่อยออกไปอีกมากมาย และมีหลายแบบหลายสไตล์ไม่ได้จำเพาะแค่กระเป๋าแฟชั่นเท่านั้น เช่น นาฬิากา , รองเท้า , เครื่องประดับ , เข็มขัด , แว่นตา และเครื่องแต่งกายอื่นๆ ประมาณว่าจะใส่ยี่ห้อหลุยส์ให้เป็น LV ทั้งตัวเลยก็ยังได้ ซึ่งจะว่าไปแล้วไม่ได้มีแค่ยี่ห้อหลุยส์ วิตตองนี้เท่านั้นที่เป็นแบบนี้ ยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกเหมือนกันที่คนไทยนอกวงการแฟชั่นรู้จักแต่เพียงเป็นแบรนด์กระเป๋า เช่น ชาแนล(Chanel) หรือ กุชชี่(Gucci) ทั้งๆ ที่มีสินค้าอื่นๆ ในแบรนด์นั้นๆ จำหน่ายด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะความโดดเด่นของกระเป๋าที่เป็นสินค้าเอก ชูโรงโดดเด่นกว่าสินค้าอื่นๆ นั่นเอง
